น้ำมันหล่อเย็น (Metal Working Fluids / Coolants) สำหรับงานอุตสาหกรรมแปรรูปโลหะ มักจะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก โดยดูจากอัตราส่วนของส่วนผสมและน้ำมันพื้นฐาน ดังนี้
1. น้ำมันหล่อเย็นชนิดน้ำมันล้วน (Neat Oils)
- ลักษณะ: เป็นน้ำมันปิโตรเลียม 100% ไม่ผสมน้ำ
- จุดเด่น: หล่อลื่นได้ดีที่สุด ทนแรงกดสูง ยืดอายุการใช้งานของเครื่องมือตัด (Tooling) ไม่ทำให้เกิดสนิม
- การใช้งาน: เหมาะกับงานที่ต้องการการหล่อลื่นสูงมาก เช่น งานคว้านลึก งานเจาะต๊าปเกลียว
2. น้ำมันหล่อเย็นชนิดผสมน้ำ หรือชนิดน้ำนม (Soluble Oils / Emulsion)
- ลักษณะ: ประกอบด้วยน้ำมันแร่ (30-85%) ผสมสารอีมัลสิไฟเออร์เพื่อให้น้ำมันแตกตัวและรวมกับน้ำได้ เมื่อผสมแล้วจะมีลักษณะคล้ายน้ำนม
- จุดเด่น: ระบายความร้อนได้ดีเยี่ยม ราคาประหยัด
- การใช้งาน: เหมาะสำหรับงานทั่วไป เช่น งานกลึง งานกัด (Milling)
3. น้ำมันหล่อเย็นชนิดกึ่งสังเคราะห์ (Semi-Synthetic)
- ลักษณะ: ผสมผสานระหว่างน้ำมันแร่ (5-30%) น้ำ (30-50%) และสารเคมีสังเคราะห์
- จุดเด่น: โปร่งแสงกว่าชนิดน้ำนม ระบายความร้อนได้ดี หล่อลื่นเยี่ยม และ ไม่เน่าเหม็นง่าย
- การใช้งาน: เหมาะสำหรับงาน CNC ที่รอบสูงปานกลางถึงสูง
4. น้ำมันหล่อเย็นชนิดสังเคราะห์ (Synthetic Fluids)
- ลักษณะ: ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันปิโตรเลียมเลย เป็นสารเคมีสังเคราะห์ผสมกับน้ำ
- จุดเด่น: ระบายความร้อนได้ดีที่สุด น้ำยาใสสะอาด มองเห็นชิ้นงานได้ชัดเจน ไม่เกิดคราบน้ำมันเหนียวเหนอะหนะ
- การใช้งาน: เหมาะกับงาน CNC ความเร็วรอบสูงหรืองานเจียระไน
นอกจากนี้ ในหมวด ยานยนต์ คำว่า “น้ำยาหล่อเย็น” (Coolant) จะแบ่งตามสารเคมีที่ใช้ป้องกันสนิมและยืดอายุการใช้งาน ซึ่งมี 2 ชนิดหลักๆ คือ:
- แบบผสมเสร็จ (Premix): สามารถเติมลงในหม้อน้ำได้ทันทีโดยไม่ต้องผสมน้ำเพิ่ม
- แบบเข้มข้น (Concentrate): ต้องผสมน้ำกลั่นตามสัดส่วนที่กำหนดก่อนใช้งาน


